เฟร์นานโด ตอร์เรส : เพชฌฆาตหน้าหล่อ อดีตดาวเตะลิเวอร์พูล

เฟร์นานโด ตอร์เรส เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 1984 เขาเป็นเด็กในถิ่นของเมืองมาดริด ประเทศสเปน แต่สมาชิกในตระกูลของเขาชื่นชอบในทีมแอตเลติโก มาดริด ในวัยเด็กของเขา ตอร์เรส ไม่ใช่เด็กที่มีความหลงใหลในฟุตบอลมากนัก แต่เขามักจะติดตามปู่ไปดูการแข่งขันของแอตเลติโก มาดริด เสมอ และมันทำให้ แอตเลติโก มาดริด กลายเป็นทีมในดวงใจของเขาไปโดยปริยาย

ในวัยเด็กของตอร์เรส เขาได้ดูการ์ตูนฟุตบอลเรื่องหนึ่ง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กทั่วโลก และรวมถึงเด็กชายตอร์เรสด้วย ที่เรื่องราวในการ์ตูนช่วยหล่อหลอมให้เขารักในเกมฟุตบอลไปในที่สุด โดยเริ่มแรกเขาเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู เพราะเขาเล่นตามพี่ชายของเขา แต่ก็พบว่ามันไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัด เลยขยับมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าในที่สุด

ในปี 1995 เมื่อเขามีอายุมากพอที่จะเข้ารับการคัดตัวได้ เขาก็ไปยัง แอตเลติโก มาดริด ทีมในดวงใจของเขาทันที ในตอนนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 10 ขวบ  และที่นั่นเขาเป็นเด็กอัจฉริยะ ด้วยความเก่งกาจของเขา ในวันที่คัดตัว ผู้ดูแลทีมอคาเดมีของแอตเลติโก มาดริด บอกว่าเมื่อเห็นการเล่นของ ตอร์เรส แล้ว พวกเขาแทบจะไม่ต้องรอให้ถึงการประกาศผลเลย

และหลังจากนั้น ตอร์เรส ก็ทำลายในทุกสถิติที่มีอยู่ของสโมสรทั้งหมด เขาเล่นด้วยความกระหายในชัยชนะ ต้องการที่จะทำประตู

เมื่อเขาอายุได้ 15 ปี เขาก็ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ แอตเลติโก มาดริด พร้อมกับความเชื่อมั่นที่ทางสโมสรมีให้กับเขาเป็นอย่างมาก และไม่นานเขาก็ได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีม ในตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น และเขาก็กลายเป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร จากความเป็นผู้นำ และฟอร์มการเล่นของเขา ทำให้เขากลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่สุดในวงการฟุตบอลของประเทศสเปนในตอนนั้น เขาเป็นเหมือนหัวใจของ แอตเลติโก มาดริด ช่วยสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับสโมสร เขาเป็นดาวซัลโวของสโมสรถึง 3 ปีซ้อน แต่ในช่วงที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนั้น แอตเลติโก มาดริด กลับไม่สามารถคว้าถ้วยแชมป์ได้เลย เนื่องจากที่ตอนนั้นสโมสรไม่มีความแข็งแรงมากพอ

จนในที่สุด ก็เริ่มมีข่าวออกมาว่า ตอร์เรส มีความต้องการที่จะย้ายทีม เพื่อต้องการค้นหาตัวเองและต้องการเจอกับความท้าทายใหม่ๆ และแน่นอนว่าสโมสรดังในยุโรปต่างๆ ให้ความสนใจดาวเตะคนนี้อย่างแน่นอน ต่างก็แย่งกันเพื่อยื่นข้อเสนอให้กับเขา โดยเฉพาะ เชลซี ที่ยื่นข้อเสนอมาให้กับ แอตเลติโก มาดริด ก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง

จนมาถึงในปี 2007 ตอร์เรส ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา โดยเลือกที่จะย้ายไปยังถิ่นแอนฟิลด์ ของลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  ซึ่ง ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลในตอนนั้น ต้องการตอร์เรสมาร่วมทีมอยู่นานมาก และเชื่อว่า ตอร์เรส จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไปของลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน โดยตอร์เรส เซ็นสัญญากับลิเวอร์พูลระยะยาวถึง 6 ปี ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดของลิเวอร์พูลในตอนนั้น และยังได้รับค่าเหนื่อย 91,000 ต่อสัปดาห์ ตอร์เรส ได้สวมเสื้อหมายเลข 9 และที่ลิเวอร์พูล คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของอาชีพนักฟุตบอลของเขา

ในการเดินทางมายังประเทศอังกฤษในครั้งนี้ของเขา เขายังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่เขาก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี จากแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีม โดยเฉพาะ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และมันก็กลายมาเป็นความสุขที่ได้อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์แห่งนี้

และหลังจากนั้น ตอร์เรส ก็เริ่มสร้างทีมขึ้นมาพร้อมกับเพื่อนๆ ภายในทีม และพวกเขาก็เข้าขากันอย่างรวดเร็ว และเป็นทีมที่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การเล่นของเขามีความดุดันมากยิ่งขึ้น เขามีรูปแบบการทำประตูที่หลากหลาย

ในช่วงที่อยู่กับลิเวอร์พูล เขาสามารถทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เขาเป็นผู้เล่นต่างชาติที่สามารถทำประตูได้มากที่สุดในตอนนั้น สามารถทำแฮตทริกได้ใน 2  เกมติดต่อกัน เขากลายมาเป็นความหวังของลิเวอร์พูล ในฤดูกาลแรกที่มาร่วมทีมกับลิเวอร์พูล เขาก็มีรายชื่อลุ้นรางวัลบัลลงดอร์ และสุดท้ายเขาได้อันดับที่ 3 ในปีนั้น

ตลอด 3 ฤดูกาลที่ตอร์เรส อยู่กับลิเวอร์พูล มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของแฟนบอล แต่หลังจากนั้น ตอร์เรส เริ่มมีปัญหาอาการบาดเจ็บมารบกวนตั้งแต่ในช่วงต้นฤดูกาล 2010 และเขาตัดสินใจผ่าตัดเพื่อต้องการไปเล่นบอลโลก และเขาก็ได้ไปเล่นบอลโลก และได้แชมป์โลกกลับมา พร้อมกับอาการบาดเจ็บที่ยังก่อกวนเขาอยู่ และมันเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขา เมื่ออาการบาดเจ็บมันทำให้เขาขาดความมั่นใจไป

ในปี 2011 ลิเวอร์พูลมีการเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ และเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ภายในทีม และเมื่อเปิดตลาดซื้อขายนักเตะขึ้น ตอร์เรส ก็ได้ประกาศย้ายไปอยู่กับเชลซี ซึ่งทำให้แฟนบอลประหลาดใจเป็นอย่างมาก เขาย้ายไปเชลซี ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ในเดือนมกราคม 2011 เป็นสถิติค่าตัวแพงที่สุดของอังกฤษในตอนนั้น และเขาก็สวมเสื้อหมายเลข 9  และในเกมแรกที่เขาลงสนาม คือเกมที่ พบกับลิเวอร์พูล แต่ในเกมนั้นผลลัพธ์ออกมาไม่ดีเลยสำหรับเขา เมื่อเขาลงสนามและได้รับบอล ก็พบแต่เสียงโห่ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาขาดความมั่นใจ และทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกต่ำลงในเวลาต่อมา

ชีวิตในการค้าแข้งกับเชลซี ตอร์เรสทำได้ไม่ดีเลย เขาไม่สามารถดึงฟอร์มเก่งของเขาออกมาได้ ทำผิดพลาดบ่อยครั้ง มันกลายเป็นความกดดันในตัวของเขา และกับเพื่อนร่วมทีมก็ดูเหมือนจะไม่มีความเข้าใจกันเหมือนกับตอนที่เขาเล่นกับลิเวอร์พูล ตอร์เรส เริ่มปรับเปลี่ยนหน้าที่ในแนวรุกของเขา ด้วยการเปลี่ยนจากการยิงประตู มาเป็นการทำแอสซิสต์ให้กับเพื่อนร่วมทีม แต่เขาก็ยังเป็นฮีโร่ให้กับทีมได้ในเกมที่ช่วยให้เชลซีเข้าไปชิงชนะเลิศ UCL และจบด้วยแชมป์ถ้วยใหญ่ครั้งแรกของเชลซี

ในปี 2014 เขาไปย้ายไปเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจย้ายกลับไปยัง แอตเลติโก มาดริด อีกครั้งในปี 2015 ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งมันก็เป็นเหมือนบ้านของเขา และมันก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเขา และฟอร์มของเขาก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมกลับมาเป็นส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ต่างๆ ให้กับทีม

ในปี 2018 เขาย้ายไปร่วมทีมกับ ซางันโทสุ สโมสรในญี่ปุ่น เขาเล่นให้กับ ซางันโทสุ 2 ฤดูกาล ช่วยให้ทีมรอดจากการตกชั้น ในปี 2019 ตอร์เรส ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ

ในปี 2021 ตอร์เรส กลับมาอีกครั้ง ในฐานะผู้จัดการทีมของแอตเลติโก มาดริด ชุดสำรอง และการกลับมาของเขาในครั้งนี้มาพร้อมกับรูปร่างที่เปลี่ยนไป ดูแข็งแกร่งและแข็งแรงมากกว่าตอนเป็นนักเตะ

ผลงานทางด้านทีมชาติ เขาติดทีมชาติสเปน ตั้งแต่ปี 2000 ในรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยเลย จนได้ติดในทีมชุดใหญ่ในปี 2003 และเป็นนักเตะที่อยู่ในชุดแชมป์ยูโร 2021  และคว้าดาวซัลโวในครั้งนั้นด้วยร่วมกับคริสเตียโน โรนัลโด้